rss feed facebook twitter

BMW X6 ActiveHybrid รถไฮบริดที่แรงที่สุดในขณะนี้

BMW เยอรมนี เตรียมเปิดตัว BMW X6 ActiveHybrid ในงานแฟรงค์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ชูสมรรถนะพร้อมการประหยัดน้ำมัน ด้วยระบบไฮบริดอัจฉริยะ ที่ประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ v8 และมอเตอร์ไฟฟ้า

2010 bmw activehybrid x6

BMW X6 ActiveHybrid ให้กำลังสูงสุดถึง 485 แรงม้าและแรงบิดมหาศาลถึง 780 นิวตัน-เมตร ซึ่งผลิตจากระบบ Full Hybrid ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.4 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยี TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวด้วยกำลังขับเคลื่อนขนาด 67 กิโลวัตต์ / 91 แรงม้าและ 63 กิโลวัตต์ / 86 แรงม้าตามลำดับ

bmw activehybrid x6 2010

พละกำลังมหาศาลถูกส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Two-mode Active ECVT 7 สปีด ซึ่งสามารถสร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 5.6 วินาที อีกทั้ง BMW X6 ActiveHybrid ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 10.1 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 231 กรัมต่อกิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัด EU5

bmw x6 hybrid

สำหรับเครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 ขนาด 4.4 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบคู่แปรผันและเทคโนโลยี Twin-Scroll เพื่อให้สามารถสร้างแรงอัดอากาศได้อย่างคงที่และต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำจน ถึงรอบสูง นอกจากนั้น BMW X6 ActiveHybrid ยังใช้ลักษณะการจัดวางเทอร์โบระหว่างร่อง V ของชุดลูกสูบ ซึ่งจะทำให้ระบบมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา อีกทั้งยังทำให้ทางเดินของอากาศสั้น ซึ่งเป็นการลดสูญเสียแรงอัดอากาศในระบบ ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องยนต์สามารถผลิตกำลังได้สูงอย่างต่อเนื่องตลอดทุก ช่วงรอบการทำงานของเครื่องยนต์

engine bmw x6

เครื่องยนต์ BMW X6 ActiveHybrid นี้ยังใช้นวัตกรรมระบบฉีดน้ำมันแบบ High Precision Injection แบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด Piezo ซึ่งได้ถูกจัดวางอยู่ตรงกลางของหัวกระบอกสูบ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถฉีดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหมายความว่าทุกอณูของละอองน้ำมันสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อนได้ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพนี้ จะส่งผลให้มลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้อย่างไม่สมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำที่สุด ทำให้เครื่องยนต์ใหม่นี้สามารถผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ EU5 ของยุโรป และ ULEV II ของสหรัฐอเมริกาได้อย่างไม่ยากเย็น

rear bmx x6 activehybrid

ระบบ คอมพิวเตอร์สมองกล ActiveHybrid ทำหน้าที่บริหารจัดการการส่งกำลังผสมผสานอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างกำลังจาก เครื่องยนต์และกำลังจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Active Transmission ที่ผสมระหว่างเกียร์อัตโนมัติแบบกลไกที่มีอัตราทดคงที่เพื่อสร้างกำลังขับเคลื่อน และเกียร์ ECVT ที่สามารถแปรผันอัตราทดอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือ สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม พละกำลังมหาศาลที่ถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่องตอบสนองความต้องการในทุกสภาพการขับขี่ อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุดและคายไอเสียในระดับต่ำที่สุด

bmw x6 activehybrid system

ขณะที่ระบบส่งกำลังแบบ Two-mode Active Transmission สามารถใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในช่วงความเร็วต่ำและความเร็วสูง การทำงานแบ่งเป็น 2 โหมดซึ่ง BMW X6 ActiveHybrid สามารถผสมผสานอย่างสมดุลของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเครื่องยนต์ได้ โดยอัตโนมัติ

ในโหมดแรกใช้สำหรับการออกตัวและการขับเคลื่อนที่ความเร็วต่ำกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในการขับขี่แบบนี้กำลังจะถูกส่งจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 100 % ซึ่งสามารถผลิดแรงบิดมหาศาลได้ตั้งแต่รอบเริ่มต้น และที่สำคัญคือไม่มีการปล่อยมลพิษเลยในลักษณะการขับขี่ดังกล่าว

ส่วนในโหมดที่สองใช้สำหรับการขับความเร็วปกติถึงความเร็วสูง ซึ่งกำลังหลักจะถูกส่งจากเครื่องยนต์ ในขณะที่ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ผลิตกำลังเสริม เมื่อต้องการสมรรถนะ เช่น ในขณะเร่งแซง ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งได้รับการป้อนพลังงานจากแบตเตอรี่พลังสูงจะทำหน้าที่ boost เพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มสมรรถนะโดยที่ไม่ได้เปลืองน้ำมันเลย

การทำทำหน้าที่ ‘บู๊ส’ ของมอเตอร์ไฟฟ้านี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มสมรรถนะระหว่างขณะเร่งแซงแล้วยังทำหน้าที่ลดภาระการใช้ พลังงานจากเครื่องยนต์ในขณะที่วิ่งความเร็วคงที่ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น การทำงานผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบนี้ นอกจากจะช่วยให้ BMW X6 ActiveHybrid มีสมรรถนะสูงสุดไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะการขับขี่ใดๆก็ตาม ยังประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นและลดคายมลพิษลงถึง 20 % เมื่อเทียบกับ BMW X6 xDrive 50i ซึ่งใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน

นอกจากนี้ BMW X6 ActiveHybrid ยังติดตั้งระบบ Recuperation ซึ่งเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยการนำพลังงานส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ สิ้นเปลืองน้ำมันเลยแม้แต่น้อย ระบบ Recuperation ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการเดียวกับระบบ Brake Energy Regeneration ซึ่งมีอยู่ในรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นปกติในปัจจุบัน แต่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่าถึง 25 เท่าตัว

ระบบนี้อาศัยหลักการการทำงานแบบฟังก์ชั่นควบคู่ของมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่ง สามารถสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กลายเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งการทำงานสลับหน้าที่นี้เกิดขึ้นในขณะเบรก กล่าวคือ แทนที่จะเบรกด้วยระบบเบรกกลไกตามปกติ ซึ่งจะมีการสูญเสียพลังงานไปในรูปแบบของพลังงานความร้อน ระบบ Recuperation จะใช้การเบรกด้วยการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กผ่านระบบ Sensotronic Brake Actuation ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในระบบเบรกของรถไฟพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า

ระบบ Recuperation และระบบ Sensotronic Brake Actuation จะทำงานอย่างอัตโนมัติควบคู่ไปกับระบบดิสก์เบรกแบบกลไกซึ่งเป็นระบบเบรกแบบ ปกติทั่วไป การทำงานดังกล่าวจะเป็นไปโดยที่ผู้ขับจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในเรื่องของ น้ำหนักหรือระยะทำการของแป้นเบรกแต่อย่างใด เพราะว่าแป้นเบรกจะถูกควบคุมน้ำหนักด้วยระบบเซ็นเซอร์ไฮดรอลิกซึ่งจะให้ น้ำหนักแป้นเบรกที่เป็นธรรมชาติเหมือนเบรกของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในรุ่น ปกติ กล่าวคือ เป็นระบบเบรกแบบ Brake-by-wire นั่นเอง

หลังการเปิดตัวในงาน แฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2009 บีเอ็มดับเบิลยูเตรียมส่ง BMW X6 ActiveHybrid ขายจริงทันทีช่วงปลายปี (พร้อมๆกับ series 7 ไฮบริด) โดยเริ่มทำตลาดในยุโรปและอเมริกาก่อน

แชร์เนื้อหานี้
ส่งให้เพื่อนทาง Email

    ข่าวรถ ที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวรถย้อนหลัง