Mercedes Benz ชูกลยุทธ์ BlueEFFICIENCY นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในการที่จะไปถึงเป้าหมายแบบไร้มลพิษนั้น Mercedes Benz ได้พัฒนาเทคโนโลยีในเครื่องยนต์หลากหลายแบบอย่างชาญฉลาด อาทิ การทำให้เครื่องยนต์มีการสันดาปภายในแบบสะอาดหมดจดเต็มประสิทธิภาพสูงสุด การนำระบบไฮบริดมาใช้ในรถยนต์ การออกแบบรถพลังงานไฮโดรเจนทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า หรือการพัฒนารถให้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว เป็นต้น เราเรียกทั้งหมดนี้ว่านวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม BlueEFFICIENCY
แนวทางรถยนต์ในอนาคตของ Mercedes Benz ภายใต้นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม BlueEFFICIENCY สามารถแยกได้เป็น 3 แนวทางดังต่อไปนี้

1. ระบบขับเคลื่อนใช้น้ำมันแบบสันดาปภายใน (optimized internal combustion engines) การพัฒนาให้เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลมีการสันดาปภายในแบบเต็ม ประสิทธิภาพสูงสุด: ในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วยรถ Mercedes Benz ที่ใช้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ CDI แบบ BlueTEC เทคโนโลยีดีเซลที่ได้ชื่อว่าสะอาดที่สุดในโลก BlueEFFICIENCY: เป็นเทคโนโลยีทรงประสิทธิภาพที่สุดในด้านการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลง ด้วยหลักการทำให้รถยนต์มีน้ำหนักเบาขึ้นอย่างชาญฉลาดไม่ว่าจะเป็นที่โครง สร้างรถ การลดน้ำหนักกระจกหน้ารถ ในพวงมาลัย การเลือกใช้ยางที่มีแรงเสียดทานต่ำและการทำให้รถลู่ลมมากที่สุด รวมถึงการสตาท์เครื่องด้วยปุ่ม start/stop ด้วย โดยรถที่เป็น BlueEFFICIENCY จะประหยัดน้ำมันขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ รถรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี BlueEFFICIENCY ผลิตแล้วในทุกเซ็กเมนต์ อาทิ A-, B-, C-, E- และ S-Class โดยรุ่นที่จะนำมาเปิดในไทยจะเป็นระดับ E-Class คือ E 250 CGI BlueEFFICIENCY

2. ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด (hybridization) เป็นเทคโนโลยีที่ Mercedes Benz ให้ความสำคัญมากและถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ รถยนต์สิ่งแวดล้อมในอนาคตอย่างยั่งยืน อีกทั้ง Mercedes Benz ยังเป็นรถยุโรปรายแรกที่นำเทคโนโลยีไฮบริดมาใช้และ เปิดตัวแล้วถึง 2 รุ่นด้วยกันคือ S 400 HYBRID และ ML 450 HYBRID

3. ระบบขับเคลื่อนแบบไร้มลพิษ (zero-emission driving) เป็นรถที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้าซึ่งได้มาจากการทำปฏิกิริยาทางเคมี โดยไม่ผ่านการเผาไหม้ ทำให้เกิดพลังงานสะอาดและปล่อยเป็น “น้ำ” จากท่อไอเสียซึ่งไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม ด้วยประสิทธิภาพของรถระบบนี้จึงเหมาะที่จะเป็นรถยนต์ในอนาคตมากที่สุด
รถยนต์ในระบบนี้จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางดังนี้ รถ E-Cell : ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เป็นรถคอนเซ๊ปต์แนวรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้ชื่อว่า BlueZERO ซึ่งจะเป็นเจเนเรชั่นใหม่ในอนาคตและเหมาะสมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางย่อยดังนี้
- the BlueZERO E-CELL
- the BlueZERO F-CELL
- the BlueZERO E-CELL PLUS
ปัจจุบัน Mercedes Benz กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาระยะสุดท้ายและจะนำขึ้นสายการ ผลิตในเร็ว ๆ นี้ในรถ A- และ B-Class โดยสามารถวิ่งทางไกลได้ในระยะทางไกลตั้งแต่ 200 , 400 และ 600 กิโลเมตร ตามลำดับ รถเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell หรือ F-Cell) : ใช้พลังงานไฟฟ้าจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีของไฮโดรเจนและออกซิเจน และปล่อยไอน้ำจากท่อไอเสียไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ผลิตและพัฒนารถเซลล์เชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องและใช้ใน เชิงพาณิชย์แล้วในรุ่น A-Class , B-Class และรถบัสโดยสารรุ่น Citaro ได้เริ่มใช้งานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ แคลิฟอร์เนีย เบอร์ลิน สิงคโปร์ ออสเตรียเลีย และจีน เป็นต้น



