นาง เพียงใจ แก้วสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ รัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด เปิดเผย ถึงความคืบหน้าของโครงการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์ของ นิสสันว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 70-80% แล้ว และเชื่อว่า จะสามารถอวดโฉม นิสสัน อีโคคาร์ ได้ภายในปี 2553 อย่างแน่นอน "เรามั่นใจกับ โครงการนี้มาก ต่างจากค่ายอื่นที่เข้าร่วมขอรับการส่งเสริมทั้ง 6 ราย คงจะยังไม่มีใครกล้าออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้อาจจะมีบางค่ายต้องเลื่อนแผนการส่งรถยนต์อีโคคาร์ออก ไปซะด้วยซ้ำ โดยเฉพาะค่ายรถจากญี่ปุ่นทั้ง 4 ราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัทแม่ของแต่ละค่าย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทุกค่ายต่างก็ได้รับ ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจการเงินของโลกเช่นเดียวกัน แต่สำหรับนิสสัน นั้นขอยืนยันว่าไม่มีการเลื่อนแผนงานโครงการอีโคคาร์แต่อย่างใด" นาง เพียงใจกล่าวว่า นิสสัน
นิสสัน ประกาศความมั่นใจคลอด อีโคคาร์ ก่อนทุกค่ายแน่นอน ดีเดย์ต้นปีหน้า ฟุ้งคืบหน้าไปแล้ว 80% เชื่อผลจากข้อกำหนดจำนวนผลิต 5 แสนคันใน 5 ปี จะเป็นปัจจัยหลักทำให้ตลาดส่งออกคึกคัก

วันนี้รัฐบาลมีแผน งานในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ดีและชัดเจน โดยเฉพาะในปี 2553 ที่ประเทศไทยจะมีโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวใหม่ และเป็นโอกาสและถือเป็นความหวังสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สำหรับรถยนต์อีโคคาร์ ที่จะช่วยผลักดันให้ไทยสามารถขยับอันดับการเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์สำคัญของ โลกขึ้นไปอยู่อันดับที่ 14 ได้อย่างแน่นอน
สำหรับโปรดักต์ แชมเปี้ยนตัวใหม่นี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความหวังของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เนื่องจากอีโคคาร์นี้ในส่วนของภาครัฐเองก็มีความพยายามที่จะสร้างให้เป็น "นิชมาร์เก็ต" คือเป็นรถที่มีคุณภาพด้วยข้อกำหนด สเป็กที่สมบรูณ์แบบด้วยความเป็นรถยนต์ที่มีขนาดเล็กและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มที่จะปรับตัว สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นอีกปัจจัยที่เชื่อว่าผู้บริโภคจะหันมาสนใจรถยนต์อีโคคาร์มากขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าโอกาสของรถประเภทนี้ยังมีสูงรวมถึงเป็นโอกาสสำคัญของ ประเทศไทย
นางเพียงใจกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยข้อกำหนดของสำนักงานส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอนั้น จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ตลาดส่งออกของประเทศไทยกลับมามีความคึกคัก มากขึ้น โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ทุกค่ายจะต้องมีการผลิตอีโคคาร์จำนวน 500,000 คัน ภายในระยะเวลา 5 ปีนั้น จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ค่ายรถยนต์ทั้ง 6 ค่ายต้องพยายามผลักดันและมองหาตลาดส่งออกเพิ่มมากขึ้น และนั่นคือโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วย
ส่วนสถานการณ์ ของอุตฯยานยนต์ในปีนี้ เชื่อว่ายอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจะอยู่ที่ 488,000 คัน ส่งออก 592,000 คัน ส่วนปีหน้าสำหรับตลาดส่งออกเชื่อว่าจะมีความคึกคักอีกครั้งอย่างแน่นอน




เมื่อไหร่จะมาเสียที
อย่ารุ้ราคา……..รถมีสีอะไรบางคะ
สวยมากๆๆค่ะชอบ
แต่ราคาอยู่ประมาณเท่าไหร่ค่ะ
ตอนนี้เท่าที่ได้ข่าวคือมี 2 ราคาครับ 3.5 แสน และ 3.9 แสน รอวันเสาร์นี้ครับ จะได้ทราบราคาที่แน่นอน
รถมี 6 สีหวานๆ ครับ
380000
ดูดี น่ารักไม่แพ้MAZADA3 แต่ราคาจะเป็นอย่างไรรอดูน่ะ
น่าซื้อให้แฟนขี่ เมื่อไรนิสสันจะมาเสียที
นิสสันน่าซื้อจัง เลย5555+