โตโยต้า เปิดตัว lexus hybrid ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี hybrid ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รถยนต์hybrid กำลังเป็นที่นิยมของคนทั้งโลก จากปัญหาราคาน้ำมันซึ่งมนุษย์กำลังหาทางออกด้วยการใช้พลังงานอื่นเข้ามา ทดแทน และไฮบริดซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์ที่สันดาปภายในกับมอเตอร์ไฟฟ้า คือคำตอบที่ดีที่สุด

สำหรับ lexus HS 250h ระบุว่ามียอดจองล่วงหน้าแล้วถึง 3,000 คัน สะท้อนดีมานด์รถประหยัดพลังงานของตลาดยานยนต์ญี่ปุ่น ด้านผู้บริหารบอกว่า ความต้องการ lexus HS 250h มีมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เพียง 500 คัน ส่วนหนึ่งมาจากการใช้มาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาล รวมทั้งการให้เงินอุดหนุนในการซื้อ รถประหยัดพลังงาน
ทั้งนี้ แม้ว่า lexus HS 250h รุ่นนี้จะเป็นรถหรูที่มีเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.95 ล้านเยน ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดสำหรับรถแบรนด์ lexus ขณะที่ราคาของรถแบรนด์นี้สูงสุดจะอยู่ที่ 5.35 ล้านเยน ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าจะ เปิดตัว lexus HS 250h ในสหรัฐและแคนาดาเดือนกันยายนนี้ พร้อมกับตั้งเป้า ยอดขายไว้ที่ 2,400 คันต่อเดือน

“โตชิโอะ ฟูรุตานิ” กรรมการผู้จัดการอาวุโสของโตโยต้าบอกว่า รถคอมแพ็กต์ที่หรูหรา lexus HS 250h สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นบริษัทจึงคาดว่าลูกค้าจะให้การตอบรับที่ดี ขณะที่lexusเองได้ให้ความสำคัญกับรถไฮบริด

สำหรับ lexus HS 250h เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน และเป็นรถยนต์ ที่ออกแบบใหม่ทั้งคัน พร้อมถูกวางตำแหน่งทางการตลาดแทรกกลางระหว่างรุ่น IS และ ES

แม้จะเป็นของใหม่ แต่ทว่า HS ก็อิงพื้นฐานทางวิศวกรรมและแชร์โครงสร้างตัวถังด้านหน้าจนถึงเสากระจกบังลม หน้าร่วมกับโตโยต้า พรีอุสใหม่ ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่กำลังขายอยู่ในตอนนี้ ขณะที่เครื่องยนต์ไฮบริดที่วางอยู่ใต้ฝากระโปรงก็ไม่ใช่ของใหม่จากที่ไหน เป็นการใช้ร่วมกันกับขุมพลัง 2AZ-FXE ของโตโยต้า คัมรี่ ไฮบริดที่ในบ้านเรา ขุมพลัง 2400 ซีซี ใช้ระบบห้องเผาไหม้แบบ Atkinson สามารถผลิตกำลังออกมาได้ 147 แรงม้า

lexus HS 250h เปลี่ยนตัวถังจากแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู มาเป็นซีดาน 4 ประตูสำหรับตลาดหรูมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 40 แรงม้า จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเดี่ยวๆ ในบางช่วง เช่น ออกตัว หรือช่วยเครื่องยนต์ทำงานในจังหวะที่ต้องการกำลัง แถมในช่วงถอนคันเร่งหรือเบรกยังเปลี่ยนหน้าที่ชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บใน แบตเตอรี่ขนาด 245 โวลต์ ซึ่งติดตั้งอยู่ด้านหลังเบาะ และโหมดการขับสามารถเลือกได้ทั้งแบบ Eco-เน้นความประหยัด, PWR-เน้นพลังขับเคลื่อน หรือ EV สามารถขับด้วยพลังไฟฟ้าอย่างเดียว

ทำให้ ประหยัดน้ำมันทั้งในเมืองและนอกเมืองเฉลี่ยอยู่ที่ 13.8 กิโลเมตร/ลิตร แต่นั่นยังไม่น่าสนใจเท่ากับตัวเลขความสิ้นเปลืองน้ำมันในเมือง ซึ่งอยู่ระดับ 14.2 กิโลเมตร/ลิตร







