TOYOTA NEW 2.0 COROLLA ALTIS
ความแตกต่างกับสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากอัลติส ตัว 1.6 และ 1.8 ซึ่งด้านนอก สิ่งที่เห็นเด่นชัดขึ้นก็คือ กลิ่นอายของความเป็นสปอร์ต เช่น สเกิร์ตรอบคันทั้งในด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เป็นแบบลายตาข่าย ที่ให้อารมณ์สปอร์ต ส่วนบนฝา กระโปรงหลัง ก็ย่อมไม่พลาดกับสปอยเลอร์หลังที่มาพร้อมกับไฟเบรกเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไฟหน้าแบบ HID ที่มาพร้อมกับสปอตไลต์ ที่บริเวณใต้กันชน เรียกว่าภายนอกจัดมาให้แบบครบเครื่องเรื่องความเป็นสปอร์ต

ส่วนภายใน altis 2.0 มาในแนวโปร่ง โล่ง สบาย แล้วก็อัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้อย่างครบครัน เพื่อไม่ให้เสียชื่อความเป็นท็อปออฟ เดอะไลน์ของอัลติส เช่น มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron, ระบบ Cruise Control, ระบบ Smart Entry, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, พวงมาลัย แบบมัลติฟังก์ชัน ที่สามารถสั่งการเครื่องเสียงและข้อมูลในการขับขี่แบบปลายนิ้วสัมผัส และที่ถือว่าเป็นจุดเด่นที่สุดภายในตัว รถนั่นก็คือชุด เครื่องเสียงภายในรถที่เป็นแบบจอ LCD สามารถเล่นแผ่นทั้ง DVD/VCD/CD/MP3/WMA ได้ทั้งหมด พร้อมทั้ง ยังมีระบบเชื่อมต่อ Handfree ไร้สาย แบบ Bluetooth ที่จะสามารถอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ที่ขาดการติด ต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ไม่ได้ และในชุดจอ LCD นั้น ก็ยังมีระบบนำทางอย่าง In-car Navigator แบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งระบบการ ทำงานก็เหมือนกับตัวที่ใช้ใน ตระกูลโตโยต้าตัวอื่น ๆ ทั้งใน Camry และ Fortuner นั่นเอง


แต่ในการใช้งานนั้น ถ้าในกรณีที่รถมีการ เคลื่อนตัว จะมีการล็อกระบบหน้าจอ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถกดหาสถานที่หรือสั่งงานอะไรได้ แต่มันก็เป็นระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง หนึ่งที่ทางบริษัทผู้ผลิตเค้ากลัวว่าผู้ขับขี่ มัวแต่จะมาเสียสมาธิกับการกดจอ จนอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุในการขับขี่ได้ เพราะการจะตั้ง เส้นทางที่จะไปก็ควรรู้และทำการตั้งค่าตั้งแต่ ก่อนเริ่มออกรถ แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็ขาดความสะดวกสบายไป เพราะถ้าในขณะการเดิน ทางแล้วบางทีเกิดความจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เส้นทางหรือต้องการจะหาสถานที่ที่ต้องการจะไปแบบกะทันหัน มันก็ต้องทำการ จอดรถเสียก่อน ซึ่งถ้าเป็นในกรณีที่มีผู้ร่วมเดินทางมาด้วย ก็จะรู้สึกว่าเสียเวลาและขาดความสะดวกไป ตรงจุดนี้น่าจะมีการแก้ไขโดยใส่ เซ็นเซอร์หรือมีวิธีที่จะทำให้ผู้ที่ร่วมโดยสารมาสามารถกดสั่งการ จอตัวนี้ได้ ในขณะที่รถเคลื่อนตัวอยู่ อย่างน้อยก็จะเพิ่มความสะดวก สบายในการใช้งานในการเดินทางกันแบบครอบครัว หรือไปกันแบบมีเพื่อน ร่วมเดินทางได้ ยิ่งถ้าเดินทางในเวลากลางคืน แล้วต้องจอดรถ ข้างทาง บางทีมันก็ดูไม่ค่อยจะปลอดภัยเหมือนกันนะครับ
ไฮเทคโนโลยีใน altis 2.0 กับ Dual VVT-i

สำหรับเครื่องยนต์ ใหม่เอี่ยมถอดด้ามตัวนี้ ที่มีรหัส 3ZR-FE เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ ที่มีขนาดความกว้างกระบอกสูบ 80.5 มม. และ ระยะชักอยู่ที่ 97.6 มม. ซึ่งคำนวณแล้วจะมีปริมาตรความจุอยู่ที่ 1,987 ซี.ซี. โดยจุดเด่นของเครื่องยนต์ตัวนี้จะอยู่ที่ฝาสูบ ซึ่งจะ เป็นแบบ ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) และมีความไฮเทคของระบบวาล์วอัจฉริยะแบบ Dual VVT-i (Variable Valve Timing-intelligent) โดยระบบนี้จะมีหน้าที่การทำงานในการปรับจังหวะการเปิด-ปิด ลิ้นไอดีและไอเสียแบบแปรผันให้สัมพันธ์กับ การทำงานของ เครื่องยนต์ ซึ่งจะทำการควบคุมปริมาณไอดีให้เหมาะสมต่อการจุดระเบิดในทุกความเร็วรอบ เครื่องยนต์ และปรับจังหวะ การคายไอเสียให้มี ประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น โดยเครื่องยนต์ตัวนี้สามารถสร้างแรงม้าได้ 141 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อ นาที โดยมีแรงบิด 19.28 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่วนระบบส่งกำลังนั้น เป็นแบบเอาใจคนขี้เมื่อยอยู่ แล้วโดยจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ Sequential 4 สปีด Super ECT พร้อมระบบ Hill-Sensing Control ที่ควบคุมด้วยระบบคอม พิวเตอร์ และยังมี Paddle Shift ที่สามารถเปลี่ยนจังหวะเกียร์ได้เองที่บริเวณพวงมาลัยด้วย


การใช้งาน altis 2.0 ในชีวิตประจำวันนั้น เครื่องยนต์ขนาดสองลิตรตัวนี้จะให้ความกระฉับกระเฉงที่ดี แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นกดคันเร่งแล้วดึงหน้า หงายกันแต่อย่างใด การตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าของอัลติสนั้น รู้สึกว่ามันจะตอบสนองช้าไปนิดหน่อย ซึ่งการตอบสนองช้านี้ บางที มันจะ ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่ารถแรงน้อยลง เหมือนเป็นการหลอกความรู้สึก อัตราเร่งในช่วงความเร็วต่าง ๆ ก็ถือว่าให้ความทันอกทันใจดี แต่ถ้าเกียร์ อัตโนมัติที่ให้มาเป็นแบบ 5 สปีด มันก็น่าจะดีขึ้นอีกไม่น้อย ส่วนความเร็วปลายในระดับ 200 กม./ชม.นั้น ทำได้ไม่ยาก แต่ไม่อยากให้ทำ เอาเป็นว่ากำลังจากเครื่องยนต์ 3ZR-FE ขนาดความจุสองลิตรตัวนี้ เมื่อมาอยู่ในรถบอดี้ขนาดนี้ มันจะทำให้รู้สึกว่า เครื่องยนต์ altis 2.0 นั้นมีกำลัง สำรองให้ใช้งานอย่างเหลือเฟือ และสร้างความมั่นใจในการเร่งแซง ในการจะเช็กบิลรถคันข้างหน้าได้อย่างไม่ยาก


ส่วนอัตราความสิ้นเปลืองนั้น เมื่อมีการใช้งานในเมืองในลักษณะการขับขี่แบบปกติ รถติดมากบ้าง น้อยบ้าง อัตราความสิ้นเปลืองก็จะ ตก เฉลี่ยอยู่ที่ 9.3 กม./ลิตร ถ้าออกเดินทางไปต่างจังหวัด หรือวิ่งนอกเมืองแบบทางยาว ๆ โล่ง ๆ ความสิ้นเปลืองก็จะตกเฉลี่ยอยู่ที่ 11.9 กม. /ลิตร
นุ่ม เงียบ นั่งสบาย กับ altis 2.0


ช่วงล่างในด้านหน้าจะเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนในด้านหลังจะเป็นแบบทอร์ชั่น บีม พร้อมเหล็กกัน โคลง ช่วงล่างตัวนี้ถือว่าให้ความนุ่มนวลที่ดี การเก็บเสียงของช่วงล่างนั้นถือว่าดีกว่าคู่แข่ง แต่เนื่องจากความนุ่มที่มีมาให้นั้น ก็ต้องทำใจ นิดนึง ว่ายามเมื่อต้องใช้ความเร็วสูง ๆ ในการเดินทาง ความมั่นใจในการขับขี่ก็ย่อมสู้รถที่มีการเซ็ตช่วงล่างแข็ง ๆ แบบสปอร์ตไม่ได้แน่ ซึ่งมันก็ต้อง เป็นการแลกกันระหว่างความสบายกับความสนุก แต่สิ่งที่ทำให้วาบหวิวกับการใช้ความเร็วสูงของรถคันนี้นั้นก็คงจะหนีไม่ พ้นในเรื่องของ น้ำหนักพวงมาลัย ซึ่งจะถือว่าเป็นนิสัยของอัลติส เวอร์ชั่นนี้เลยก็ได้ คือถ้าขับด้วยความเร็วต่ำ หลาย ๆ คนอาจจะชอบ สไตล์การขับที่มีความเบา สบาย แต่สำหรับหลาย ๆ คนที่ชอบการขับรถแบบสนุกมากกว่าการใช้งานรถแบบทั่วไป อาจจะบอกว่าความมั่น ใจมันหายไป ซึ่งมีหลาย ๆ เสียง เค้าบอกมาว่าชอบน้ำหนักของพวงมาลัยในอัลติส ตัวเก่ามากกว่า คือไม่เบาจนเกินไปและยังให้ความมั่นใจ ที่ดี ส่วนการทรงตัวนั้นถือว่าดีใน สไตล์รถที่มีช่วงล่างที่ให้ความนิ่มนวล ซึ่งถ้าใครอยากซิ่งใช้ความเร็วสูงบ่อย ๆ ก็คงต้องทิ้งความนิ่ม นวล แล้วไปหาช่วงล่างแบบสปอร์ตที่แข็ง กระด้างขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะการใช้งานของตัวคุณเอง

ระบบเบรก altis 2.0 เป็นแบบดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ ที่พ่วงระบบความปลอดภัยมาให้อย่างท่วมท้น เช่น ระบบมาตรฐานของการป้องกัน ล้อ ล็อกตายอย่าง ABS (Anti-Lock Braking System), ระบบ VSC (Vehicle Stability Control) ที่มีหน้าที่คอยควบคุมการ ทรงตัว, ระบบ TRC (Traction Control) ที่จะช่วยป้องกันการหมุนฟรีของล้อ, ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Distribution), ระบบ EBD (Electronic Brake-force Distribution) ซึ่งจะคอยปรับแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ เพื่อให้มีความแปรผัน ตามน้ำหนักที่กด ลงในแต่ละล้อ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกให้ดียิ่งขึ้น ระบบเบรกนั้นให้ความมั่นใจในการสั่งการได้ดี เรียกได้ ว่าไม่ต้องลุ้น ไม่ต้อง เสียวยามเมื่อต้องกดเบรก และจะเห็นประโยชน์ของระบบไฮเทคทางเทคโนโลยีพวกนี้มากขึ้น ยกตัวอย่างกรณีง่าย ๆ ก็เช่น ในการขับรถเวลา ที่ฝนตก เมื่อฝนตกถนนลื่น รถจะเสียอาการง่าย ระบบพวกนี้ก็จะมีหน้าที่คอยปกป้องเรายามเมื่อรถจะเสียอาการ และเมื่อเข้าโค้งแรงเกินไปก็จะ มีการตัดกำลัง และช่วยเบรก เมื่อมีล้อใดออกอาการหมุนฟรี ซึ่งระบบความปลอดภัยพวกนี้ก็จะช่วยปกป้อง ชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ อย่างดีทีเดียว นับว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่มีความจำเป็นมากสำหรับรถยนต์ในยุคปัจจุบันนี้
ความสบายแบบครอบครัวใน altis 2.0 ที่แฝงกลิ่นสปอร์ต


บทสรุปของ altis 2.0 ตัวนี้ ก็คงบอกได้ว่ามันเหมาะกับคนที่รักรถโตโยต้า ที่ต้องการรถขนาดกำลังพอดีสำหรับครอบครัว คนไทยแบบสไตล์คุณพ่อยังหนุ่ม หรือกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงานที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์ซีดานที่มีสมรรถนะที่ดี เครื่องยนต์มีกำลังสำรอง ให้ใช้ งานอย่างไม่ต้องกังวลในยามที่ต้องเดินทางไกล หรือเมื่อถึงจังหวะที่ต้องการจะเร่งแซงอุปสรรคที่ขวางอยู่ข้างหน้า อุปกรณ์อำนวย ความ สะดวกและเทคโนโลยีไฮเทคเพื่อความปลอดภัยก็อัดมาให้อย่างเต็มรูปแบบกับราคา ค่าตัวที่ตั้งอยู่ที่ 1,184,000 บาท ซึ่งถ้าเทียบ กับรถคู่กัด อย่าง ฮอนด้า ซีวิค 2.0 ก็ต้องบอกว่า อัลติส 2.0 นั้น มีความเป็นรถแบบในสไตล์ครอบครัวมากกว่า ทั้งในเรื่องของความ นุ่มนวลและการเก็บ เสียงของช่วงล่าง

ซึ่งมันจะตรงตามที่ใจคุณต้องการหรือเปล่านั้น ก็คงต้องถามตัวคุณเองว่าชอบรถสไตล์นี้หรือเปล่า เพราะ altis 2.0 นี้คง ไม่ใช่รถซีดานสไตล์สปอร์ตจ๋า แต่มันเป็นรถซีดานแบบครอบครัว ที่มีการเน้นความเป็นสปอร์ตที่มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ ละทิ้งความเป็นรถครอบครัว นั่งสบายไป แต่สิ่งที่จะทำให้ตัดสินใจไม่ยากในการที่จะเลือกจ่ายเงินในระดับ 1.2 ล้านนั้น นั่นก็คือ ถ้าคุณ เป็นแฟนพันธุ์แท้หรือเป็นสาวกของ รถยนต์จากค่ายโตโยต้าที่ชอบความเป็นที่สุดในตระกูลโคโรลล่าแล้วละก็ มันก็คงไม่ยากในการตัด สินใจที่จะเอาอัลติส 2.0 ตัวนี้ มาจอดไว้ใน โรงรถที่บ้านอย่างแน่นอน
| Specification | altis รุ่น 2.0V NAVI |
|---|---|
| รหัสเครื่องยนต์ | 3ZR-FE |
| เครื่องยนต์ | 4 สูบ แถวเรียง DOHC Dual VVT-i |
| ปริมาตรกระบอกสูบ (ซี.ซี.) | 1,987 |
| ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.) | 80.5 x 97.6 |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 10.0 : 1 |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI |
| กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที) | 141/5,600 |
| แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รอบต่อนาที) | 19.28/4,400 |
| ระบบขับเคลื่อน | ล้อหน้า |
| ระบบส่งกำลัง | อัตโนมัติ 4 สปีด แบบ Gate-Type พร้อม Sequential |
| อัตราทดเกียร์ | |
| เกียร์ 1 | 3.943 |
| เกียร์ 2 | 2.197 |
| เกียร์ 3 | 1.413 |
| เกียร์ 4 | 1.020 |
| เกียร์ถอยหลัง | 3.145 |
| เฟืองท้าย | 2.923 |
| ระบบช่วงล่าง | |
| หน้า | แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง |
| หลัง | ทอร์ชั่น บีม พร้อมเหล็กกันโคลง |
| ระบบเบรก | |
| หน้า | ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน |
| หลัง | ดิสก์เบรก |
| คุณสมบัติอื่นๆ | |
| ยาง | 205/55R16 |
| ล้อ | อัลลอย 16″ แบบ 10 ก้าน |
| มิติตัวรถ ยาว x กว้าง x สูง (มม.) | 4,540 x 1,760 x 1,465 |
| น้ำหนักตัวรถ (กก.) | 1,290 |
| ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) | 55 |
| รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (ม.) | 5.3 |
ขอบคุณเนื้อหาจาก กรังปรีซ์กรุ๊ป



