|
ML 280 CDI Sports NG
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กระตุ้นตลาดรถหรูอย่างต่อเนื่อง โดยส่งรถลงสู่ตลาดมากมายหลายรุ่นเพื่อเพิ่มความหลากหลายใน การเลือกใช้งานตามความต้องการของลูกค้ากระเป๋าหนักทั้งหลาย และในตลาดของกลุ่ม SUV ก็เช่นกัน ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศ ไทย) ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ได้ส่ง The New Generatiom ML 280 CDI Sports ลงสู่ตลาด ด้วยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว คล่องตัว และด้วย หัวใจที่ทรงพลังยิ่งขึ้น หล่อ หรู ดูสปอร์ต…
ก่อนที่จะมีการทดสอบสมรรถนะ ML 280 CDI Sports คันนี้กัน ก็ต้องมาสำรวจและพิจารณาลักษณะ โหงวเฮ้ง และความเรียบร้อย ของรถคันนี้กันก่อน รูปทรงดูแล้วหล่อและเป็นสปอร์ตกว่าตัวเก่าพอสมควร ยิ่งมาบวกกับสีขาวที่เป็นสียอดฮิตในยุคนี้ด้วย ทำให้ออกมาดู หรูหรามากยิ่งขึ้น มิติตัวรถจะมีความยาวโดยรวมจากปลายกันชนหน้ายันปลายกันชนหลังจะอยู่ที่ 4,781 มม. ความสูง 1,774 มม. ความกว้าง 1,911 มม. ส่วนฐานล้อจะมีระยะอยู่ที่ 2,915 มม. ในเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างนั้น รถจากค่ายดาวสามแฉกเค้าให้ ความมั่นใจมาได้ตลอดทุกยุคสมัยอยู่แล้ว โดยในซีรีส์ของ M-Class โฉมใหม่นี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการทดสอบประสิทธิ ภาพการชนโดย European NCAP โดยได้รับคะแนน 5 ดาว ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุด โดยเฉพาะบริเวณของห้องโดยสารจะได้รับการ ปกป้องเพื่อให้ความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และยังได้รับรางวัล ยนตรกรรมที่มีความปลอดภัยสูงสุด จากการคัดเลือกโดย สถาบันประกันภัยสำหรับความปลอดภัยบนทางหลวงสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นเครื่องการันตีความมั่นใจให้แก่สาวกดาวสาม แฉกได้มากขึ้น
วกกลับมาดูเรื่องความเรียบร้อยของตัวรถก่อน ในเรื่องของความสวยงามนั้น คงหาบทสรุปให้ใครไม่ได้ เพราะแต่ละคนนั้น สายตาใน เรื่องของความชอบเรื่องความสวยงามนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งเท่าที่ฟังเสียงส่วนใหญ่ก็เป็นเสียงของความชอบและชื่นชม แต่เมื่อสำรวจโดย รอบ สายตาก็ได้ไปสะดุดกับสิ่งผิดปกติบางอย่าง นั่นก็คือยางนั่นเอง สิ่งที่สายตาไปสะดุดกับยางนั้น มันไม่ใช่มาสะดุดกับไซส์ยางขนาด 255/50R19 อะไรหรอก แต่ที่เห็นแล้วต้องเข้าไปดูใกล้ ๆ เลย นั่นก็คือสภาพของยางที่ติดรถมา สภาพที่เห็นมันเหมือนว่ารถคันนี้ผ่าน การ ใช้งานมาอย่างหนักในแบบพิเศษ ที่ไม่ได้ใช้ขับขี่บนท้องถนนแบบธรรมดาด้วย หน้าสัมผัสยางเป็นบั้ง ๆ ไม่เรียบ กินไม่เท่ากัน ดอก ตรง แก้มยางมีการละลายอย่างแรง ดูสภาพแล้วเหมือนไปรบสมรภูมิเดือดมา จนอดคิดไม่ได้ว่า ก่อนหน้านี้สาวเจ้าไปผ่านอะไรมาบ้างนะ จะเอา ไปวิ่งในแทร็กในสนาม หรือมีคนเอาไปดริฟต์ ก็ไม่น่าจะเข้ากับรูปแบบชนิดของตัวรถสักอย่าง ดูแล้วก็ได้แต่มึน สิ่งที่ติดตามมาให้ คิดอีก อย่างว่า นอกจากยางสภาพโดนโทรมมา ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากภายนอกนั้น จะมีชิ้นส่วนไหนที่มองไม่เห็นชำรุดทรุด โทรม ไปแบบยางหรือเปล่า แล้วยางสภาพนี้ มันจะอยู่รอดจนถึงกำหนดที่เราต้องเอารถไปคืนหรือเปล่า ?? 190 แรงม้า จากเครื่องดีเซล วี 6 3 ลิตร
ยุคนี้ถ้าจะให้ดีแบบทั้งแรงและประหยัด ก็คงจะต้องหนีไม่พ้นเครื่องยนต์ดีเซล กำลังเป็นที่ยอดฮิตในหมู่ค่ายรถหรู ซึ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยี ของเครื่องยนต์ดีเซลก็พัฒนาไปไกลมาก เรื่องความแรงนั้น เรียกได้ว่าแทบไม่เป็นรองเครื่องยนต์เบนซินกันแล้ว แถมเครื่องยนต์ดีเซลบาง ตัว ยังให้กำลังในการใช้งานที่เครื่องยนต์เบนซินยังต้องหันมาค้อน จะมีจุดด้อยที่ยังเป็นรองกันอยู่บ้างก็คือ ในเรื่องของเสียงที่ยังเงียบไม่ เท่าและไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ และใน ML 280 CDI Sports NG คันนี้ก็เช่นกัน หัวใจหลักก็ย่อมหนีไม่พ้นกระแสเครื่องยนต์ดีเซล โดย รายละเอียดของเครื่องยนต์ตัวนี้จะเป็นเครื่องยนต์แบบ 6 สูบ บล็อกวี มีปริมาตรความจุกระสอบสูบแบบเต็ม ๆ อยู่ที่ 2,987 ซี.ซี. กำลังสูง สุดที่สามารถทำได้จะอยู่ที่ 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุดจะอยู่ที่ 440 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-2,800 รอบ/นาที โดยเครื่องยนต์ดีเซลตัวนี้จะมีระบบเกียร์ที่จะมาคอยรับหน้าที่ถ่ายทอดกำลังเป็นแบบ 7G-TRONIC ซึ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 จังหวะ ที่มีการทำงานที่นุ่มนวลมาก
เมื่อมีของอยู่ในมือก็ต้องทำการลองของกันหน่อย ML 280 CDI Sports NG สีขาวอวบคันนี้ เมื่อเปิดประตูลองสตาร์ทเครื่อง เมื่ออยู่ ในรถ เรื่องเสียงและความสั่นนั้นไม่ได้แตกต่างจากรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินสักเท่าไหร่ จะมาดังแบบกวนหูก็ต่อเมื่อมายืนฟังอยู่ หน้ารถ ส่วนในตอนก่อนทดสอบก็มาลองอ่านสเป็กในเอกสารที่มีแนบมาให้อ่านอยู่ในรถ สายตาก็ได้ไปสะดุดกับเรื่องของอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ในเอกสารระบุไว้ว่าใช้เวลา 9.8 วินาที และเพื่อให้หายสงสัย เลยต้องทำการลองเทสต์กันซะหน่อย เพราะไหน ๆ ทั้งรถและ เครื่องมือทด สอบก็มีอยู่ในมือแล้ว ซึ่งผลปรากฏจากการลองของจริง ด้วยเครื่องมือทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จะได้ตัวเลขเวลา บนเครื่องมือทด สอบอยู่ที่ 11.0 วินาที ซึ่งเป็นการทดสอบลองจับเวลาอยู่หลายครั้งก็ได้ค่าตัวเลขนี้แหละ ซึ่งก็ถือว่าไม่ห่างจากตัวเลขที่ ทางโรงงานให้มา มากนัก เพราะในการทดสอบจับเวลาในแต่ละครั้ง มันมีตัวแปรอะไรต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งมันจะมีผลต่อตัวเลขที่ ออกมาอย่างแน่นอน ทั้งอุณหภูมิอากาศ น้ำหนักบรรทุกขณะการทดสอบ และสภาพของเส้นทางที่ใช้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อตัวเลขทั้งสิ้น ส่วน ความเร็วในแต่ละ เกียร์นั้น จะจับที่รอบที่มีแรงม้าสูงสุด นั่นก็คือที่ 4,000 รอบ/นาที นั่นเอง โดยในเกียร์1 จะได้ความเร็วที่ 40 กม./ชม. เกียร์ 2 จะได้ ความเร็วที่ 60 กม./ชม. เกียร์ 3 จะได้ความเร็วที่ 85 กม./ชม. และเกียร์ 4 และ 5 จะได้ความเร็วที่ 120 กับ 160 กม./ชม. ตามลำดับ ส่วนเกียร์ 6 และ7 นั้น ไม่ได้ลองจับ เนื่องจากสภาพเส้นทางนั้นไม่อำนวยในเรื่องของความปลอดภัย
ในเรื่องของอัตราเร่ง นอกจากจะลองจับอัตราเร่งแบบ 0-100 กม./ชม. เพื่อเทียบกับสเป็กของทางโรงงานแล้ว ทางทีมงานทดสอบยัง อยากลองเวลาวิ่งแบบ ควอเตอร์ไมล์ ดูบ้าง ว่าจะได้ตัวเลขออกมาแบบไหน ซึ่งจากการได้ลองอยู่หลายรอบก็ได้ตัวเลขที่ออกมาดีที่สุดอยู่ ที่ 17.9 วินาที ส่วนถ้าลองกดแบบมิด ๆ จากจุดหยุดนิ่งจนไปถึงระยะทาง 1 กิโลเมตรนั้น จะใช้เวลาไป 32.3 วินาที ซึ่งก็นับว่าเป็นตัวเลข ที่ไม่เลวทีเดียวสำหรับรถสไตล์นี้ ไซส์นี้ และเครื่องยนต์แบบนี้ ระบบความปลอดภัยที่อัดมาอย่างล้น
ช่วงล่าง ML 280 CDI Sports NG นอกจากจะเป็นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD Full time) แบบตลอดเวลาอยู่แล้วนั้น ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่จะช่วยเหลือในการขับขี่ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนนทั้ง 4 ล้อ 4ETS ระบบป้องกันล้อล็อกตาย (ABS) ระบบช่วยเบรก (BAS) โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP) ที่จะช่วยรักษาสภาพการขับขี่ไม่ให้เสียการทรงตัวจาก การขับขี่ที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนช่องทางแบบกะทันหัน หรือว่ามีการเบรกอย่างรุนแรงในพื้นผิวของถนนที่มี ความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้เสียการทรงตัว แต่ระบบนี้ก็จะช่วยทำการปรับสมดุลให้มีความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิ ภาพ ซึ่งระบบนี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีของความปลอดภัยที่จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี และระบบตั้งความเร็วขณะลงเขา (DSR) ที่จะช่วยสร้างความปลอดภัยในขณะที่รถได้เคลื่อนตัวลงจากทางที่ลาดชัน หรือเส้นทางที่เป็นหุบเขา โดยสามารถตั้งกำหนด ความเร็วได้ ซึ่งระบบความปลอดภัยพวกนี้ ทาง MERCEDES-BENZ ได้ทุ่มเทเม็ดเงินไปอย่างมหาศาลในพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ รักษาคุณภาพมาตรฐานของชื่อเสียงที่เป็นบริษัทรถยนต์แถวหน้ามาอย่างยาวนาน
ในเรื่องของการทรงตัว เมื่อใช้งานแบบปกติทั่วไปนั้น ก็มีความนิ่มนวล นั่งสบาย การซึมซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนนั้นสามารถทำ ได้ดี ส่วนเมื่อมีการใช้ความเร็วสูง การบังคับควบคุม ML 280 CDI Sports ได้ให้อารมณ์ในการขับแทบไม่ได้แตกต่างจากการขับรถ เก๋ง แบบซีดานในค่ายเลย สามารถขับขี่และควบคุมรถในระดับช่วงความเร็วใกล้ ๆ 200 กม./ชม. แบบเป็นระยะทางยาว ๆได้อย่างมั่นใจ จน ลืมไปว่ายางที่ติดรถมานั้นมีสภาพไม่เหมาะที่จะใช้ความเร็วกันขนาดนี้ แต่ด้วยความนิ่งของช่วงล่างที่ให้มา ก็ทำให้ลืมนึกถึงสภาพ ยางไป ได้แวบนึงเลยทีเดียว แนวช่วงล่างนอกจากเกาะถนนดีแล้ว ยังไม่ทิ้งความเป็น MERCEDES-BENZ ที่ยังคงจะให้ความนิ่ม นวล น้ำ หนักของพวงมาลัยนั้นก็ออกมาในแนวกลาง ๆ ไม่หนักหรือเบากันจนเกินไป ความเฉียบคมที่มีมาให้ก็ถือว่าดี ซึ่งภาพรวมทั้งหมด ก็เป็นการ ให้ความมั่นใจให้คนถือวงพวงมาลัยได้ดี คุ้มค่า น่าใช้สอย
ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบรถประเภท SUV พันธ์หรู ก็บอกได้เลยว่า ML 280 CDI Sports NG คันนี้ มีครบทุกอย่างที่รถ SUV นั้นควร จะมี ประโยชน์ในการใช้งานเหมาะมากสำหรับสภาพถนนแบบเมืองไทย เพราะวันไหนฝนตก แล้วถนนอยากจะมีน้ำท่วมแบบไม่เกรงใจ ใคร ก็ท่วมซะสูงจนเลยขอบฟุตบาท สภาพถนนแบบหลุมบ่อที่เกิดจากการขุดเจาะ ทรุดตัว หรือการเสื่อมสภาพของผิวถนนในบางพื้นที่ ที่ดูแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นพื้นผิวของถนนหลวงที่มีไว้ให้รถใช้สัญจรหรือเปล่า ซึ่งอุปสรรคแบบนี้มันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ที่ใช้รถอย่าง ML 280 CDI Sports แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณปฏิเสธรถคันนี้ไม่ได้ นั่นก็คือ ถ้าคุณเป็นสาวกที่บูชาโลโกดาวสามแฉก คุณคงไม่พลาด แน่นอนกับรถ SUV ภายใต้สัญลักษณ์ MERCEDES-BENZ ถ้าโดนใจกันแล้ว ก็อย่าลืมเตรียมเงินไว้สำหรับราคาค่าตัวที่ตั้งไว้อยู่ที่ 6,299,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่พุ่งชนเป้าหมายที่เป็นคู่แข่งสัญชาติเดียวกันเลยทีเดียว
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ที่มา www.grandprixgroup.com






















